3.ความโน้มเอียงเฉลี่ยในการออมและความโน้มเอียงหน่วยสุดท้ายในการออม

เมื่อนำข้อมูลในตารางที่ 3.2  มาเป็นตัวอย่างก็จะสามารถนำควณค่าความโน้มเอียงเฉลี่ยในการบริโภค (APC)  ความโน้มเอียงหน่วยสุดท้ายในการบริโภค (MPC)  ความโน้มเอียงเฉลี่ยในการออม (APS)  และความโน้มเอียงหน่วยสุดท้ายในการออม (MPS)  ดังแสดงการคำนวณในตารางที่ 3.4

ตารางที่ 3.4  แสดงความสัมพันธ์ระหว่างรายได้กับการใช้จ่ายเพื่อบริโภคและการออม

รายได้(Y)

บริโภค (C)

การออม(S)

APC

APS

MPC

MPS

0
2,000
4,000
6,000
8,000

2,000
3,500
5,000
6,500
8,000

-2,000
-1500
-1000
-500
0

-
1.75
1.25
1.08
1.00

-
-0.75
-0.25
1.08
1.00

-
0.75
0.75
0.75
0.75

-
0.25
0.25
0.25
0.25

10,000
12,000
14,000
16,000

9,500
11,000
12,500
14,000

500
1,000
1,500
2,000

0.95
0.92
0.89
0.88

0.05
0.08
0.11
0.12

0.75
0.75
0.75
0.75

0.25
0.25
0.25
0.25

จากตาราง ที่ 3.4 แสดงให้เห็นว่า  ในขณะที่ยังไม่มีรายได้ก็ยังมีรายจ่ายเพื่อบริโภคแต่เมื่อมีรายได้เกิดขึ้นก็จะทำให้มีการบริโภค เพิ่มขึ้นและถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า  8,000  บาท ก็จะเริ่มมีการออมเกิดขึ้นเช่น เมื่อรายได้สูง 10,000  บาท  จะบริโภค 9,500  บาทและ เก็บออมไว้ 500 บาทเป็นต้น